วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

ความหมายของสถิติ







ความหมายของสถิติ( What is Statistics? )

                สถิติ Statistics  เป็นคำที่แปลมาจากศัพท์  Statistik ในภาษาเยอรมัน  ซึ่งคิดค้นขึ้นโดย  Got fried Ache wall ( 1719-1772 ) เป็นคำที่มีรากศัพท์เดียวกับคำว่า  Stateซึ่งแปลว่า  รัฐมีความหมายถึงข้อมูล หรือข่าวสาร  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานของรัฐในด้านต่างๆ อาทิ การสำรวจสำมะโนประชากร การสำรวจจัดทำแผลที่ภาษีของธุรกิจการค้าในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นต้น


                ในปัจจุบันนี้คำว่า สถิติได้พัฒนาขึ้นอย่างกว้างขวางทั้งในด้านเนื้อหา และวิธีการจนมีความหมายเกินกว่าการเป็นเพียงข้อมูลหรือข่าวสารที่ใช้เป็น ประโยชน์ในการบริหารของรัฐตามความหมายดั้งเดิมโดยเราสามารถแยกความหมายออก ได้เป็น  4 ความหมายด้วยกัน คือ
1.        สถิติ  หมายถึง ข้อมูลตัวเลขที่ใช้แทนข้อเท็จจริง เช่น สถิติปริมาณน้ำฝนในรอบเดือนที่ผ่านมา จำนวน 6 เดือน  สถิติการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศในรอบปี  สถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ยวดยานพาหนะทางบกในรอบปี  สถิติการลาออกจากราชการของข้าราชการระดับกลางในทศวรรษที่ผ่านมา   สถิติการมาทำงานสายของพนักงานในรอบเดือน  สถิติการสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น
2.        สถิติ  หมายถึง  เครื่องมือหรือเทคนิคในการวิเคราะห์ข้อมูล เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  ระเบียบวิธีทางสถิติ (Statistical  Method)  ในแง่นี้สถิติเป็นวิธีกาทางวิทยาศาสตร์  ซึ่งจัดกระทำต่อข้อมูลที่เราสนใจอย่างเป็นระบบ  ประกอบด้วยขั้นตอนทั้งหมด 4 ขั้นตอนคือ  การเก็บรวบรวมข้อมูล (Collection)  การนำเสนอข้อมูล (Presentation)  การวิเคราะห์ข้อมูล  (Analysis)  และการแปลความหมายข้อมูล (Interpretation)
3.        สถิติ  หมายถึง ค่าตัวเลขที่คำนวณได้จากข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง  (Sample  Data)  ค่าที่คำนวณได้ออกมานั้นเรียกว่า  ค่าสถิติ  เช่น  ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของกลุ่มตัวอย่าง ( http://reg.ksu.ac.th/teacher/kanlaya/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B2/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%201.files/image002.gif )  ค่ามัธยฐาน (Mean) หรือค่าฐานนิยม  (Mode)  ค่าคะแนนมาตรฐาน (S.D.) เป็นต้น
 4.        สถิติ  หมายถึง  วิชาหรือศาสตร์  ที่พัฒนาขึ้นมาจนเป็นระบบและเปิดสอนทั่วไปในสถาบันการศึกษา  เรียกว่าวิชา  สถิติ  มีขอบข่ายที่กว้างขวางและเกี่ยวข้องกับศาสตร์อื่นๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น  จิตวิทยา  เศรษฐศาสตร์  บริหารธุรกิจ  ศึกษาศาสตร์  มนุษยศาสตร์  สังคมศาสตร์  เป็นต้น
  
ประเภทของสถิติ  ( Type  of  Statistics )         แบ่งได้เป็น  2  ประเภท  คือ

1.        สถิติเชิงพรรณนา  (Descriptive  Statistics)  เป็นเทคนิคที่ใช้ในการหาข้อสรุปของข้อมูล  (โดยข้อมูลส่วนใหญ่จะผ่านกระบวนการทางสถิติทำให้ลดขนาดของข้อมูลลงจนสามารถเข้าใจได้ ข้อสรุปหรือผลที่ได้ไม่สามารถนำไปใช้ในการอ้างอิง, เป็นตัวแทนหรือใช้ทรัพยากรกลุ่มอื่นๆหรือข้อมูลโดยทั่วไปได้  ซึ่งข้อสรุปและผลที่ได้จะพรรณนาลักษณะหรือแจกแจงข้อมูลตามที่ได้รวบรวมมาเท่านั้น มักนำเสนอในรูปของ  ตาราง  แผนภาพ  แผนภูมิ  ร้อยละ       สัดส่วน  เปอร์เซนไทล์  การแจกแจงความถี่  การหาค่าเฉลี่ย  การวัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร  ฯลฯ  ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่รวบรวมไว้ในรูปของตัวแปรเชิงคุณภาพ  (Qualitative  Variables)  เช่น  เพศ, ความขยันของพนักงานขวัญ  หรือความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงาน ฯลฯ  หรือตัวแปรเชิงปริมาณ (Quantitative  Variables)  เช่น  อายุความฉลาดน้ำหนัก ฯลฯ 
2.        สถิติเชิงอ้างอิง  (Inferential  Statistics) เป็นเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง (Sample)  ซึ่งเป็นข้อมูลเพียงบางกลุ่มหรือบางส่วนของประชากร  แล้วนำข้อสรุปที่ได้ไปคาดคะเนหรือสรุปอ้างอิงถึงลักษณะของประชากร  (Population)  ทั้งกลุ่ม  ซึ่งเราเรียกกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ว่า  ตัวแทนของประชากร  
                
 

รายวิชาคณิตศาสตร์





บทที่ 1. สถิติและข้อมูล


สถิติและข้อมูล 


          สถิติเป็นศาสตร์ที่ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การแก้ปัญหาส่วนใหญ่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ข้อมูล สารสนเทศ และกระบวนการทางสถิติมาช่วยในการสรุปผล ในที่นี้จะนำเสนอตัวอย่างปัญหา หรือกรณีทที่เกี่ยวข้องกับการใช้สถิติในชีวิตประจำวันดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

 ตัวอย่างของกรณีหรือปัญหาที่ต้องใช้สถิติ 

          ปัญหา ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันหรือการทำงานมีหลายปัญหาทีจำเป็นต้องใช้สถิติ มาช่วยในการหาข้อสรุปหรือช่วยในการตัดสินใจ เช่น ในกรณีต่อไปนี้

 

1.โอกาสที่จะมีฝนตกในวันหนึ่ง ๆ 


          ในการเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล สิ่งที่ผู้เดินทางต้องการทราบคือสภาพดินฟ้าอากาศเพื่อที่จะได้สามารถเตรียม เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์อื่นที่จำเป็นให้เหมาะสม ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางไกล การทราบเกี่ยวกับสภาพอากาศในท้องถิ่นก็เป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะกรณีของฝน เนื่องจากหากฝนตกอาจมีปัญหาน้ำท่วมหรือจราจรติดขัด การพยากรณ์เกี่ยวกับฝนตกของกรมอุตุนิยมวิทยาต้องอาศัยความน่าจะเป็นของการมี ฝนตกภายใต้สภาพต่าง ๆ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลทั้งในอดีตและปัจจุบันตลอดจนวิธีวิเคราะห์เชิงสถิติเข้า มาช่วย


2.การทดสอบประสิทธิผลของยารักษาโรค

          ผู้ผลิตยาจำเป็นต้องทำการทดสอบประสิทธิภาพผลของยาโดยการนำยาไปทดลองใช้กับ มนุษย์ แต่การทดสอบดังกล่าวไม่สามารถกระทำกับคนหมู่มากได้ เนื่องจากต้องมีการดูแลผู้ถูกทดลองเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ผลการทดลองที่เกิดจากประสิทธิภาพของยาดังกล่าวเท่านั้น โดยไม่มีอิทธิพลของปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น อิทธิพลจากตัวผู้ถูกทดลองเอง ได้แก่ อายุ น้ำหนัก ฯลฯ


          การทดสอบประสิทธิผลของยารักษาโรคตามปกติเราจะกระทำโดยการเก็บรวบรวมข้อมูล จากการทดลองซึ่งมีการวางแผนไว่อย่างชัดเจน เช่น เลือกคนไข้ที่มีลักษณะเหมือนกันเป็นคู่ ๆ เลือกคนหนึ่งคนในแต่ละคู่เข้ารับการรักษาด้วยตัวยานี้ อีกคนที่เหลือให้เข้ารับการรักษาโดยไม่ใช้ยาดังกล่าว ข้อมูลที่ได้จากการทดลองจะนำมาใช้ทดสอบผลของยารักษาโรคด้วยวิธีการทดสอบสม สติฐานเชิงสถิติเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างผลที่ได้จากการใช้และไม่ใช้ยา ดังกล่าว


3.การควบคุมคุณภาพสินค้าที่ผลิต  

     ในการผลิตสินค้า สิ่งที่ผู้ผลิตให้ความสนใจมากคือการควบคุมคุณภาพสินค้าที่ผลิตให้มีมาตรฐาน ตามที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีการแข่งขันสูง การรักษามาตรฐานของสินค้ายิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบคุณภาพของสินค้าที่ผลิตทุกชิ้นก่อนส่งออกจำหน่ายนับเป็นภาระที่ มากเกินกว่าที่จะกระทำได้ ในการควบคุมคุณภาพสินค้าที่ผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยไม่ต้องทำการ ตรวจสอบคุณภาพของสินค้าที่ผลิตทุกชิ้นเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ เช่น ทำการทดสอบว่าหลอดไฟฟ้าแต่ละรุ่นมีมาตรฐานตามที่แจ้งไว้ด้วยการกำหนดวิธีการ ตามขั้นตอนของกระบวนการทางสถิติ กล่าวคือ ในขั้นตอนการเก็บข้อมูล สถิติศาสตร์จะกำหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสมว่าควรเป็นการเลือก ตัวอย่างโดยการสุ่มหลอดไฟฟ้าจำนวนหนึ่งจากจำนวนทั้งหมดที่ผลิตแต่ละรุ่น โดยสามารถกำหนดขนาดตัวอย่างที่จะเลือกและสามารถให้วิธีการวิเคราะห์ซึ่ง สร้างเกณฑ์การพิจารณาว่า หากมีจำนวนที่ชำรุดในจำนวนตัวอย่งทั้งหมดที่เลือกมาจำนวนไม่เกินเท่าไร แล้วจะแสดงว่าหลอดไฟฟ้ารุ่นนั้นมีมาตรฐานตามที่กำหนด


4.การสำรวจความคิดเห็นหรือโพล (Poll) 


         การสำรวจความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ทำเพื่อแสดงถึงความคิดเห็นของคนทั่วไปที่มีต่อ เรื่องหนึ่ง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลโดยทั่วไปในชุมชนหรือ ประเทศนั้น ๆ เช่น ความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาล หรือต่อผู้บริหารประเทศ เป็นต้น เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก แต่ต้องการทราบผลในเวลาอันรวดเร็วเพื่อให้เรื่องที่สนใจนั้นยังคงความทัน สมัยอยู่ ปัญหาของการสำรวจความคิดเห็นจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรจึงจะมีตัวแทนของคนกลุ่ม นั้นที่เป็นตัวแทนที่ดีและสามารถให้เห็นผลที่เชื่อถือได้โดยไม่ต้องใช้ตัว แทนจำนวนมาก และต้องมีความสามารถบอกได้ว่าผลการสำรวจมีความถูกต้องเชื่อถือได้มากน้อย เพียงไร และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วยความมั่นใจเพียงไรด้วย


          การสำรวจความคิดเห็นจึงเก็บข้อมูลเฉพาะจากตัวอย่างของกลุ่มคนเท่านั้นก็เป็น การเพียงพอ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ในวิชาสถิติที่เกี่ยวข้องกับวิธีเลือกตัวอย่างและการ กำหนดขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมกับระดับคุณภาพของผลลัพธ์ที่ต้องการ การจัดทำแบบสำรวจ รวมทั้งวิธีการประมาณค่า เช่น ค่าสัดส่วนประชากรที่เห็นด้วยกับเรื่องที่ต้องการทราบความคิดเห็น เป็นต้น

...............................................................................................


วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

ประวัติส่วนตัว






"Personal history"

 

ic-2.gif My name is Piyada Wetkama.

ic-2.gif My nickname is POP.

ic-2.gif I’me 16 years old.

ic-2.gif My birthday is the 13th of August 1998.

ic-2.gif I’m studying at Takuapa Senanukul School. I’m in Mathayom 5/1

ic-2.gif I live in Kuraburi.

ic-2.gif My hobby is drawing pictures.

ic-2.gif I like animals cat.

ic-2.gif Ambition for the future Chef.
 

ic-2.gif E-mail: piyadawetkama@hotmail.com ' FB: piyada Wetcama ' Line: _pop_pp

ic-2.gif Tel. 082-5482541